Category: Lifestyle

สั่งเดลิเวอรี่ผ่าน foodpanda 30 Mar

จะใช้ฟังก์ชันรับอาหารเองหรือใช้บริการสั่งเดลิเวอรี่ผ่าน foodpanda ดีนะ?

สบายดีกันไหมเหล่านักชิมทั้งหลาย เชื่อว่าในบรรดาคนที่ชอบทานของอร่อยคงจะมีแอปพลิเคชั่นที่ใช้สั่งเดลิเวอรี่ผ่าน foodpanda ติดเครื่องไว้แน่ ๆ ก็ของเขามีร้านให้เลือกทานเป็นพันร้านในราคาไม่แพง แถมหลายร้านยังส่งฟรีด้วยนะ ไม่แปลกเลยที่แอปจะฮิตติดลมบนซะขนาดนี้ แล้วยิ่งตอนนี้ในแอปได้เพิ่มฟังก์ชันใหม่ คือ การสั่งแล้วรับอาหารด้วยตัวเอง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่สะดวกเดินทางไปที่ร้านอยู่แล้ว ซึ่งก็เรียกความสนใจของผู้ใช้งานได้ไม่น้อยเลย แต่เอ… ใครกันนะที่ควรใช้บริการนี้ แล้วจะมีข้อดีข้อเสียอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับการเรียกให้มาส่งถึงบ้าน เรามีคำตอบมาฝาก

จุดเด่นของบริการรับอาหารด้วยตัวเอง

แต่เดิมบริการหลักของ foodpanda ก็คือการส่งอาหารถึงบ้าน ซึ่งแน่นอนว่าทั้งร้านอาหารและแอปพลิเคชันเองก็มีค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกรับ ทั้งค่าแรงไรเดอร์ ค่าวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ฯลฯ การสั่งอาหารผ่านแอปแต่ไปรับอาหารด้วยตัวเองจะทำให้เราประหยัดค่าอาหารได้ถึง 15% ถือว่าเยอะมาก ถ้าสั่ง 200 บาทก็ลดไปได้ตั้ง 30 บาทเลย (ระยะเวลาคือวันที่ 4 มีนาคม 2563 – 31 ธันวาคม 2563)

ไม่ใช่แค่เรื่องราคาที่เป็นข้อได้เปรียบเพราะ การสั่งอาหารแล้วไปรับที่ร้านยังมีข้อดีที่ความสะดวก โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องผ่านหน้าร้านอยู่แล้วหรือสามารถแวะไปได้โดยไม่เสียเวลา ต่างจากการสั่งผ่านโทรศัพท์ที่เราไม่สามารถดูเมนูได้ ไม่มีส่วนลด และไม่ต้องเสียเวลาเท่าวิธีเดิม ๆ จัดเป็นความสะดวกทางเลือกอีกอย่างหนึ่งนอกเหนือการสั่งเดลิเวอรี่ผ่าน foodpanda

ถ้าอย่างนั้น บริการแบบไหนดีกว่ากัน

ต่อให้เราเปรียบเทียบทั้งสองฟังก์ชันคือรับอาหารเองกับส่งอาหารถึงที่ก็ยากที่จะบอกว่าแบบไหนดีกว่ากัน เพราะมันดีทั้งคู่ และตอบโจทย์การใช้งานที่ต่างกัน หากคุณไม่สะดวกไปที่ร้านอาหาร ไม่รู้ว่าร้านอยู่ไหน การเรียกให้ไรเดอร์มาส่งถึงที่ย่อมสะดวกกว่าอยู่แล้ว แต่ก็อาจจะนานกว่ารับเองเพราะต้องใช้เวลาเดินทาง แต่ถ้าหากว่าคุณสามารถไปที่ร้านได้แบบไม่ลำบาก เช่น อาจอยู่ใกล้บ้านมากหรือเป็นทางผ่านพอดี การใช้ฟังก์ชันรับอาหารเองก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเพราะได้ลดราคาแถมไม่มีค่าส่งแม้แต่บาทเดียว อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน

ฟังก์ชันรับอาหารเองก็มีข้อดีไม่แพ้การสั่งเดลิเวอรี่ผ่าน foodpanda เลย ขึ้นอยู่กับว่าคุณสะดวกแบบไหนมากกว่า จะใช้สลับกันสองฟังก์ชันเลยก็ไม่ผิดข้อบังคับแต่อย่างใด ก็น่าติดตามตามกันต่อไปว่าแอปตัวนี้จะมีอะไรใหม่ ๆ มาให้เราลองใช้อีกบ้าง แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็เชื่อได้แน่ล่ะว่าจะต้องทำให้การรับประทานอาหารของเราสะดวกสบายขึ้นแน่นอนที่สุด ว่าไหม?

Acoustic Guitar 20 May

กีต้าร์โปร่งแตกต่างจากกีต้าร์ไฟฟ้าอย่างไร มีแบรนด์ไหนน่าสนใจบ้าง

เครื่องสายเป็นหนึ่งในเครื่องดนตรีที่เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องดนตรีที่มีชื่อว่า “กีต้าร์” ซึ่งคำว่ากีต้าร์มีรากศัพท์มาจาก “ภาษาตระกูลอินโดยูโรเปียน” เนื่องจาก guit- มีความคล้ายคลึงกับภาษาสันสกฤต ซึ่งมีความหมายว่า ดนตรี สมาสรวมอยู่กับคำว่า -tar ซึ่งมีความหมายว่า คอร์ด กีต้าร์มีทั้งแบบที่เป็นโปร่งและไฟฟ้า ซึ่งความเหมือนและความแตกต่างระหว่างเครื่องดนตรีทั้งสองแบบนี้ มือใหม่หลาย ๆ ท่านที่เพิ่งจะเริ่มเล่นก็อาจจะยังไม่ทราบ ดังนั้นบทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจกันอย่างละเอียด

สิ่งที่เหมือนกันระหว่างกีต้าร์โปร่งกับไฟฟ้า ก็คือ เป็นเครื่องดนตรีประเภทสายเหมือน ๆ กัน อีกทั้งมีจำนวนสายเท่ากัน คือ 6 สาย ส่วนสิ่งที่แตกต่างกันมีมากมาย ดังนี้

1.รูปทรงที่แตกต่างกัน โดยกีต้าร์โปร่งจะมีรูปร่างโปร่งเป็นโพรงอยู่ภายใน ซึ่งเป็นช่องที่ช่วยสะท้อนให้เสียงเกิดความก้องกังวาน โดยไม่จำเป็นต้องต่อแจ็คเสียบเพิ่มเพื่อต่อกับเครื่องเสียงแต่อย่างใด แต่ก็มีบางกรณีเหมือนกันที่หากผู้เล่นต้องการเสียงที่ดังเพิ่มมากขึ้น ก็อาจจะต้องต่อแอมป์เพื่อขยายให้เสียงให้มีความก้องกังวานเพิ่มมากขึ้นได้ ในขณะที่ลำตัวของกีต้าร์ไฟฟ้าจะเป็นแบบตัน เพราะต้องแอมป์เพื่อขยายเสียงให้ดังผ่านเครื่องเสียงได้อยู่แล้ว

2.วิธีการสร้างกีต้าร์ที่แตกต่างกัน กีต้าร์โปร่งต้องสร้างให้โพรงมีความโปร่งภายในเพื่อใช้ขยายเสียงในตัว ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากที่จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพเสียง ตลอดจนความแข็งแรงทนทานของลำตัวกีต้าร์ ส่วนเรื่องเอกลักษณ์ของเสียงที่จะเกิดขึ้นจากเครื่องดนตรีแบบนี้นั้นก็ขึ้นอยู่กับประเภทของเนื้อไม้ที่นำมาใช้ทำเป็นหลักด้วย ในขณะที่เสียงของกีต้าร์ไฟฟ้านั้นขึ้นอยู่กับการปรับแต่งปิ๊กอัพต่าง ๆ ตลอดจนเนื้อไม้ที่ใช้ผลิตเป็นสำคัญ

3.เสียงดนตรีที่เกิดขึ้นมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน เสียงที่ได้จากกีต้าร์โปร่งจะมีความเป็นธรรมชาติมากกว่าเสียงที่ได้จากกีต้าร์ไฟฟ้า เนื่องจากไม่ได้ผ่านการปรับแต่งอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่เหมือนกีต้าร์ไฟฟ้าที่ต้องเสียบสายแจ็คผ่านแอมป์ออกเครื่องเสียง แต่ข้อดีก็คือเสียงของกีต้าร์ไฟฟ้าจะสามารถใช้เล่นเพลงได้หลากหลายกว่านั่นเอง

4.ความแตกต่างในการนำไปใช้งาน กีต้าร์โปร่งเหมาะสำหรับใช้เล่นในกลุ่มคนจำนวนไม่มากเกินไป เนื่องจากถึงแม้ว่าจะเกิดเสียงกังวานได้ในตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ดังมากพอสำหรับคนเป็นหมู่คณะ อีกทั้งแนวเพลงที่เหมาะสำหรับเล่นด้วยกีต้าร์โปร่งก็ค่อนข้างจำกัดกว่ากีต้าร์ไฟฟ้า โดยแนวเพลงที่เหมาะสมที่สุด คือ แนวโฟล์คซอง ฟิงเกอร์สไตล์ บลูส์ และแนวคลาสสิก เป็นต้น ส่วนแนวเพลงหนัก ๆ อย่างเช่นเพลงร็อคนั้นเหมาะสำหรับกีต้าร์ประเภทไฟฟ้ามากกว่า

หากเป็นผู้เล่นหน้าใหม่กีต้าร์ที่แนะนำให้ซื้อหามาไว้ลองหัดเล่น ลองซ้อมดูก็คงจะเป็นกีต้าร์โปร่ง เนื่องจากใช้งานง่ายกว่า ไม่ยุ่งยากซับซ้อน อีกทั้งวิธีการดูแลก็ไม่ต้องทำอะไรให้วุ่นวายมากจนเกินไปนัก และแบรนด์ที่นักดนตรีนิยมกันอย่างแพร่หลาย จนรู้จักกันดี ได้แก่

– Martins ได้ชื่อว่ามีประวัติความเป็นมาอันยาวนานที่สุดของวงการการผลิตกีต้าร์ ซึ่งเรื่องคุณภาพนั้นสามารถการันตีได้จากผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่อาชีพเป็นช่างทำกีต้าร์ตั้งแต่ยังเป็นเด็กหนุ่มอายุ 15 ปีเท่านั้น อย่าง “Johann Georg Martin”

– Yamaha แบรนด์ดังจากญี่ปุ่น ซึ่งมีประวัติยาวนานมากว่า 130 ปี ดังนั้นในเรื่องของความพิถีพิถันในการผลิตนั้นสามารถวางใจได้

– Fender แบรนด์ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศสหรัฐอเมริกา ถึงแม้จะมีประวัติไม่ได้ยาวนานมากเมื่อเทียบกับค่าย Yamaha และ Martins แต่ในเรื่องของคุณภาพนั้นไม่แพ้กันแน่นอน

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะตัดสินใจซื้อกีต้าร์แบบใด ยี่ห้อใด ขอเพียงให้เลือกซื้อให้ตรงกับความต้องการในการใช้งานของตนเองให้มากที่สุด เครื่องดนตรีชนิดใดหากเล่นด้วยความใส่ใจ และความตั้งใจมากเท่าใด เชื่อว่าผู้เล่นจะได้รับความเพลิดเพลิน ความสุขใจจากการเล่นมากเท่านั้น และสุดท้ายก็จะสามารถพัฒนาตนเองสู่ระดับมืออาชีพได้แน่นอน

พบกับแคมเปญ Summer sale วันที่ 5-31 พ.ค 2562 รับเงินคืนสูงสุด 200% ลุ้น coins cashback voucher จากเกมส์ Shopee quiz และเกมส์น้องใหม่อย่าง 1 บาทเกมส์ พร้อมบริการจัดส่งฟรี เมื่อช้อปครบ 99 บาท