Category: Beauty

โฟมล้างหน้า 5 Mar

เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับโฟมล้างหน้า

หากเอ่ยถึงสกินแคร์หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัยต้องใช้กัน น่าจะหนีไม่พ้นโฟมสำหรับล้างหน้า โดยโฟมล้างหน้าคือตัวช่วยในการชำระล้างสิ่งสกปรกออกจากผิวของคุณ พร้อมกันนั้นก็ยังช่วยรักษาปัญหาผิวที่เกิดขึ้นอย่างง่ายดายอีกด้วย หากว่าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องการให้ผิวหน้าสะอาด ใส ไร้ปัญหาผิว มีเรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับโฟมล้างหน้าดังนี้

คุณสมบัติโฟมสำหรับล้างหน้าที่ดี

1. เลือกแบบที่ไม่ระคายเคืองต่อผิว

หลายคนอาจไม่เคยสังเกตมาก่อนว่าสารที่ผสมอยู่ในโฟมใช้ล้างหน้านั้นมีทั้งดีและไม่ดีแตกต่างกันออกไป โฟมบางชนิดมีการผสมสารที่ระคายเคืองต่อผิว เช่น น้ำหอม หรือว่าซัลเฟต ซึ่งใครที่ผิวบอบบางอาจมีการแพ้ได้ อย่าลืมตรวจดูก่อนว่าในโฟมใช้ล้างหน้าที่คุณต้องการใช้นั้นมีสารอันทำให้แพ้หรือไม่ หากมีให้รีบหลีกเลี่ยงจะดีที่สุด

2. ไม่ก่อให้เกิดแรงตึงผิว

อีกหนึ่งสิ่งที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกโฟมคือโฟมชนิดนี้จะต้องไม่ก่อให้เกิดแรงตึงของผิว หรือเวลาล้างแล้วจับหน้า จะรู้สึกว่าหน้าตึงอย่างเห็นได้ชัด การเลือกโฟมสำหรับล้างหน้าที่ทำให้ผิวแห้งอาจส่งผลให้หน้าแก่ก่อนวัย อีกทั้งยังส่งผลให้ผิวของคุณแห้งและลอกได้อีกด้วย

ก่อนใช้โฟมสำหรับล้างหน้าต้องทำอะไรบ้าง

มีสิ่งที่บางคนอาจเข้าใจผิด คิดว่าเมื่อกลับถึงบ้านแล้วคุณสามารถใช้โฟมใช้ล้างหน้าล้างได้ทันที ซึ่งแท้ที่จริงแล้วก่อนจะใช้โฟมสำหรับล้างหน้าควรมีเทคนิคดังนี้

1. ล้างเครื่องสำอางก่อนเป็นอันดับแรก

หลายคนอาจจะคิดว่าการล้างเครื่องสำอางไม่จำเป็นสักเท่าใดนัก เนื่องจากล้างด้วยโฟมก็ได้ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว คุณอาจจะต้องล้างด้วยคลีนซิ่งก่อนจะดีกว่า เพื่อป้องกันปัญหาของการเกิดสิว

2. ใช้สำลีที่มีคุณภาพ

นอกจากจะใช้คลีนเซอร์แล้ว การเลือกสำลีก็ยังจำเป็นไม่แพ้กัน โดยควรเลือกสำลีที่มีคุณภาพ โดดเด่นด้วยความสะอาด ไม่ทำร้ายผิวที่บอบบาง ที่สำคัญจะต้องเลือกแบบที่ไม่ผสมสารเรืองแสง

3.ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า

การล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าจะทำให้ผิวของคุณได้รับการชำระล้าง เปิดรูขุมขน และทำให้โฟมชำระล้างได้อย่างหมดจด

หากว่าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องการเติมเต็มผิวให้สวย ใส และไร้สิว การเลือกใช้โฟมล้างหน้าที่มีคุณภาพจะทำให้ผิวของคุณดูดีอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้อย่าลืมใช้ครีมบำรุงผิว มอยเจอร์ไรซ์เซอร์หลังจากการล้างหน้าด้วยจะดีที่สุด เนื่องจากเป็นการเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวได้อย่างเห็นผลชัดเจน

beauty_buffet_2 23 Jul

ส่วนสำคัญในการดูแลผิวด้วยวิตามินซีเซรั่ม

วิตามินซีเซรั่ม กับความสำคัญในการปกป้องผิว

การดูแลผิวพรรณให้สว่างกระจ่างใสอยู่เสมอนั่นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะในยุคนี้ ที่ความร้อนและรังสี UV ทำร้ายผิวเราได้เป็นอย่างมาก  การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี  ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ  เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่าประโยชน์ของวิตามินซีนั้นมากมาย  มีความจำเป็นสำหรับการดูแลร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้วิตามินซีกับผลิตภัณฑ์เพื่อบำรุงผิว  นอกจากที่จะช่วยบำรุงผิวแล้วยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ  ปกป้องอันตรายจากรังสี UV   อีกทั้งยังช่วยลดการอักเสบและรอยด่างดำลดการสร้างเม็ดสีเมลานินซึ่งเป็นตัวการสำคัญทำให้ผิวหมองคล้ำ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซีซึ่งทำให้ผิวดูสว่างกระจ่างใสขึ้นได้นั่นเอง

นอกจากนี้แล้ว  สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือในปัจจุบันนี้เราจะพบว่ามีการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมายในการบำรุงผิว  โดยการใช้วิตามินซีเป็นส่วนประกอบหลัก  สิ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้คือการใช้วิตามินซีเซรั่ม ในการเป็นประการสำคัญสำหรับการปกป้องผิวเราจากรังสี UV   อีกทั้งยังเป็นการบำรุงผิวของเราและฟื้นฟูผิวให้ดูสว่างกระจ่างใสขึ้นได้อีกด้วย  หลายคนจึงนิยมที่จะเลือกใช้วิตามินซีเซรั่ม ในการบำรุงผิวนั่นเอง  ดังนั้นวันนี้เรามาดูกันว่าข้อดีของการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซีหรือการใช้วิตามินซีเซรั่ม ดีอย่างไรและทำไมเราจึงต้องเลือกใช้

  • วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสามารถปกป้องผิวเราจากแสงแดดและรังสี  UVA และรังสี UVB ซึ่งในส่วนของรังสี UVA จะเข้าไปทำลายคอลลาเจนอีลาสตินและโครงสร้างของผิวทำให้เราดูแก่ก่อนวัยอีกทั้งยังทำให้เกิดกระฝ้าได้อีกด้วยนอกจากนี้แล้วรังสี UVB ซึ่งมีความรุนแรงทำให้ผิวไหม้จากแดดและทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังนั้นเอง
  • การใช้วิตามินซีเซรั่ม รวมกับการใช้ครีมกันแดดยังสามารถลดปริมาณสารอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นได้มากถึง 55 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นในการปกป้องผิวจากแสงแดดก่อนที่จะออกจากบ้านทุกวัน จึงต้องมีการใช้วิตามินซีเซรั่มบำรุงไปพร้อมๆกับการใช้ครีมกันแดดเป็นประจำสม่ำเสมอ
  • วิตามินซีเซรั่ม สามารถใช้งานร่วมกับวิตามินอีจะช่วยป้องกันผิวจากอันตรายที่จะเกิดจากรังสี UV ได้ดีมากยิ่งขึ้นและเป็นการบำรุงผิวให้มีความชุ่มชื้นขึ้นมากอีกด้วย
  • วิตามินซีเซรั่ม มีความสามารถในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และยังมีงานวิจัยรองรับพบว่าการใช้วิตามินซีเป็นประจำช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนทำให้ผิวเรานุ่ม เด้ง และมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น
  • วิตามินซีเซรั่ม ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินดังนั้นหลังจากที่เราใช้เป็นประจำเราจะพบว่าผิวของเรามีความขาวสว่างกระจ่างใสขึ้น
  • ประโยชน์ในการลดการอักเสบช่วยให้สมานแผลและลดริ้วรอยจุดด่างดำที่เกิดขึ้นหลังจากการอักเสบของผิวก็ล้วนแล้วแต่เป็นผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้วิตามินซีเซรั่ม ทั้งสิ้น
นอนอย่างไรให้หน้าใส แลดูอ่อนเยาว์ 6 Dec

นอนอย่างไรให้หน้าใส แลดูอ่อนเยาว์

ปกติคนเราจะใช้เวลาส่วนมากกับการนอน เพราะการนอนเป็นการพักผ่อนร่างกายที่ดีสุด หากนอนหลับไม่เพียงพอ ร่างกายจะรู้สึกเหมื่อยล้า ไม่มีแรงที่จะทำงาน หน้าตาหม่นหมอง สมองไม่สดชื่น คิดอะไรไม่ออก ความจำไม่ดี แต่ถ้าร่างกายได้รับการนอนที่เพียงพอเมื่อตื่นขึ้นมาร่างกายจะสดชื่นกระปรี้กระเปร่า หน้าตาผุดผ่อง สมองจะปลอดโปร่งพร้อมรับกับวันใหม่ที่สดใส และที่สำคัญหากการนอนเป็นการนอนที่มีคุณภาพ จะช่วยลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่นทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ได้อีกด้วย ซึ่งเทคนการนอนที่มีคุณภาพมีดังนี้

1.เข้านอนก่อนสี่ทุ่ม การนอนก่อนสี่ทุ่มจะทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวการณ์หลับลึกในช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนถึงตีสอง ซึ่งช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายทำการหลั่งโกรทฮอร์โมน ที่ทำหน้าที่ซ่อมแซมเซลล์และฟื้นฟูการทำงานของระบบภายในร่างกาย ทำให้เซลล์ที่เกิดการเสื่อมสภาพกลับมามีสภาพที่แข็ง ป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ซึ่งเป็นที่มาของรอยเหี่ยวย่นได้

2.งดอาหารก่อนนอน ก่อนนอนประมาณ 2 ชั่วโมงไม่ควรกินอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลและแป้งในปริมาณสูง เพราะร่างกายจะต้องทำงานหนักในการย่อยอาหารและหลังจากนั้นร่างกายจะทำการดูดซึมน้ำตาลพร้อมทั้งหลั่งฮอร์โมนอินซูลินออกมา ซึ่งฮอร์โมนอินซูลินมีโครงสร้างที่คล้ายกับโกรทฮอร์โมน หากร่างกายมีฮอร์โมนอินซูลินร่างกายจะไม่หลั่งโกรทฮอร์โมนออกมา จึงไม่เกิดการซ่อมแซมระบบการทำงานของร่างกาย เมื่อตื่นขึ้นมาร่างกายจึงไม่สดชื่น ดังนั้นหากรู้สึกหิวจนนอนไม่หลับให้ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาลแทนการรับประทานอาหารได้

3.ห้องนอนต้องมืดสนิท ความมืดจะทำให้ร่างกายหลับสนิทและเข้าสู่ภาวะหลับลึกได้ง่ายกว่าห้องนอนที่มีแสงสว่าง ดังนั้นเวลานอนจึงควรปิดไฟในห้องให้มืดทุกครั้งเพื่อให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอและเข้าสู่สภาวะหลับลึกได้ง่ายและนาน เพียงพอให้ร่างกายพร้อมที่จะหลั่งโกรทฮอร์โมนออกมา

การนอนหลับที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนชั่วโมงในการนอน เพราะหากนอนในช่วงเวลาที่เหมาะสม คือ ตั้งแต่ 10.00 น. จนถึง 03.00 น. และการนอนหลับเป็นการหลับในภาวะหลับลึกที่ร่างกายมีการหลั่งโกรทฮอร์โมนออกมาซ่อมแซมเซลล์และระบบการทำงานของร่างกายแล้ว ดังนั้นถึงแม้จะนอนแค่ 5 -6 ชั่วโมงก็จัดเป็นการนอนที่มีคุณภาพ ที่สามารถช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่า สร้างเซลล์ใหม่ทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ได้ ไม่จำเป็นต้องนอน 8 – 10 ชั่วโมง ใบหน้าก็อ่อนเยาว์ได้แล้ว ดังนั้นการนอนครั้งต่อไปปฏิบัติตามคำแนะนำข้างตน รับรองว่าใบหน้าของคุณจะแลดูอ่อนเยาว์อย่างเห็นได้ชัด