Month: May 2019

Acoustic Guitar 20 May

กีต้าร์โปร่งแตกต่างจากกีต้าร์ไฟฟ้าอย่างไร มีแบรนด์ไหนน่าสนใจบ้าง

เครื่องสายเป็นหนึ่งในเครื่องดนตรีที่เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องดนตรีที่มีชื่อว่า “กีต้าร์” ซึ่งคำว่ากีต้าร์มีรากศัพท์มาจาก “ภาษาตระกูลอินโดยูโรเปียน” เนื่องจาก guit- มีความคล้ายคลึงกับภาษาสันสกฤต ซึ่งมีความหมายว่า ดนตรี สมาสรวมอยู่กับคำว่า -tar ซึ่งมีความหมายว่า คอร์ด กีต้าร์มีทั้งแบบที่เป็นโปร่งและไฟฟ้า ซึ่งความเหมือนและความแตกต่างระหว่างเครื่องดนตรีทั้งสองแบบนี้ มือใหม่หลาย ๆ ท่านที่เพิ่งจะเริ่มเล่นก็อาจจะยังไม่ทราบ ดังนั้นบทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจกันอย่างละเอียด

สิ่งที่เหมือนกันระหว่างกีต้าร์โปร่งกับไฟฟ้า ก็คือ เป็นเครื่องดนตรีประเภทสายเหมือน ๆ กัน อีกทั้งมีจำนวนสายเท่ากัน คือ 6 สาย ส่วนสิ่งที่แตกต่างกันมีมากมาย ดังนี้

1.รูปทรงที่แตกต่างกัน โดยกีต้าร์โปร่งจะมีรูปร่างโปร่งเป็นโพรงอยู่ภายใน ซึ่งเป็นช่องที่ช่วยสะท้อนให้เสียงเกิดความก้องกังวาน โดยไม่จำเป็นต้องต่อแจ็คเสียบเพิ่มเพื่อต่อกับเครื่องเสียงแต่อย่างใด แต่ก็มีบางกรณีเหมือนกันที่หากผู้เล่นต้องการเสียงที่ดังเพิ่มมากขึ้น ก็อาจจะต้องต่อแอมป์เพื่อขยายให้เสียงให้มีความก้องกังวานเพิ่มมากขึ้นได้ ในขณะที่ลำตัวของกีต้าร์ไฟฟ้าจะเป็นแบบตัน เพราะต้องแอมป์เพื่อขยายเสียงให้ดังผ่านเครื่องเสียงได้อยู่แล้ว

2.วิธีการสร้างกีต้าร์ที่แตกต่างกัน กีต้าร์โปร่งต้องสร้างให้โพรงมีความโปร่งภายในเพื่อใช้ขยายเสียงในตัว ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากที่จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพเสียง ตลอดจนความแข็งแรงทนทานของลำตัวกีต้าร์ ส่วนเรื่องเอกลักษณ์ของเสียงที่จะเกิดขึ้นจากเครื่องดนตรีแบบนี้นั้นก็ขึ้นอยู่กับประเภทของเนื้อไม้ที่นำมาใช้ทำเป็นหลักด้วย ในขณะที่เสียงของกีต้าร์ไฟฟ้านั้นขึ้นอยู่กับการปรับแต่งปิ๊กอัพต่าง ๆ ตลอดจนเนื้อไม้ที่ใช้ผลิตเป็นสำคัญ

3.เสียงดนตรีที่เกิดขึ้นมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน เสียงที่ได้จากกีต้าร์โปร่งจะมีความเป็นธรรมชาติมากกว่าเสียงที่ได้จากกีต้าร์ไฟฟ้า เนื่องจากไม่ได้ผ่านการปรับแต่งอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่เหมือนกีต้าร์ไฟฟ้าที่ต้องเสียบสายแจ็คผ่านแอมป์ออกเครื่องเสียง แต่ข้อดีก็คือเสียงของกีต้าร์ไฟฟ้าจะสามารถใช้เล่นเพลงได้หลากหลายกว่านั่นเอง

4.ความแตกต่างในการนำไปใช้งาน กีต้าร์โปร่งเหมาะสำหรับใช้เล่นในกลุ่มคนจำนวนไม่มากเกินไป เนื่องจากถึงแม้ว่าจะเกิดเสียงกังวานได้ในตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ดังมากพอสำหรับคนเป็นหมู่คณะ อีกทั้งแนวเพลงที่เหมาะสำหรับเล่นด้วยกีต้าร์โปร่งก็ค่อนข้างจำกัดกว่ากีต้าร์ไฟฟ้า โดยแนวเพลงที่เหมาะสมที่สุด คือ แนวโฟล์คซอง ฟิงเกอร์สไตล์ บลูส์ และแนวคลาสสิก เป็นต้น ส่วนแนวเพลงหนัก ๆ อย่างเช่นเพลงร็อคนั้นเหมาะสำหรับกีต้าร์ประเภทไฟฟ้ามากกว่า

หากเป็นผู้เล่นหน้าใหม่กีต้าร์ที่แนะนำให้ซื้อหามาไว้ลองหัดเล่น ลองซ้อมดูก็คงจะเป็นกีต้าร์โปร่ง เนื่องจากใช้งานง่ายกว่า ไม่ยุ่งยากซับซ้อน อีกทั้งวิธีการดูแลก็ไม่ต้องทำอะไรให้วุ่นวายมากจนเกินไปนัก และแบรนด์ที่นักดนตรีนิยมกันอย่างแพร่หลาย จนรู้จักกันดี ได้แก่

– Martins ได้ชื่อว่ามีประวัติความเป็นมาอันยาวนานที่สุดของวงการการผลิตกีต้าร์ ซึ่งเรื่องคุณภาพนั้นสามารถการันตีได้จากผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่อาชีพเป็นช่างทำกีต้าร์ตั้งแต่ยังเป็นเด็กหนุ่มอายุ 15 ปีเท่านั้น อย่าง “Johann Georg Martin”

– Yamaha แบรนด์ดังจากญี่ปุ่น ซึ่งมีประวัติยาวนานมากว่า 130 ปี ดังนั้นในเรื่องของความพิถีพิถันในการผลิตนั้นสามารถวางใจได้

– Fender แบรนด์ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศสหรัฐอเมริกา ถึงแม้จะมีประวัติไม่ได้ยาวนานมากเมื่อเทียบกับค่าย Yamaha และ Martins แต่ในเรื่องของคุณภาพนั้นไม่แพ้กันแน่นอน

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะตัดสินใจซื้อกีต้าร์แบบใด ยี่ห้อใด ขอเพียงให้เลือกซื้อให้ตรงกับความต้องการในการใช้งานของตนเองให้มากที่สุด เครื่องดนตรีชนิดใดหากเล่นด้วยความใส่ใจ และความตั้งใจมากเท่าใด เชื่อว่าผู้เล่นจะได้รับความเพลิดเพลิน ความสุขใจจากการเล่นมากเท่านั้น และสุดท้ายก็จะสามารถพัฒนาตนเองสู่ระดับมืออาชีพได้แน่นอน

พบกับแคมเปญ Summer sale วันที่ 5-31 พ.ค 2562 รับเงินคืนสูงสุด 200% ลุ้น coins cashback voucher จากเกมส์ Shopee quiz และเกมส์น้องใหม่อย่าง 1 บาทเกมส์ พร้อมบริการจัดส่งฟรี เมื่อช้อปครบ 99 บาท